มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดงานแสดงมุทิตาจิต ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ผู้มีคุณูปการต่อมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในวันที่ 9 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่านชวน หลีกภัย ที่ปรึกษาสภามหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.บุญสมศิริบำรุงสุข อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี กล่าวสดุดีเกียรติคุณ จากนั้นเป็นการรดนำ้ขอพร จาก ศาสตราจารย์กิตติคุณ นานแพทย์ จรัส สุวรรณเวลา โดยมี กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ทั้ง 5 วิทยาเขต ร่วมรดน้ำขอพร และมอบของที่ระลึกแด่ท่าน
นอกจากนี้มีการแสดงของนักศึกษา วิทยาเขตภูเก็ต โดย ชมรมศิลปะการแสดง และ ชมรมขับร้องประสานเสียง เป็นการแสดงระบำกฤษดาภินิหาร การแสดงระบำอยุธยา และการบรรเลงขลุ่ย โดย ดร.ธีราธร ลำเนาครุฑ คณะวิเทศศึกษา วิทยาเขตภูเก็ต
ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ได้ให้ความกรุณาต่อมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นผู้บริหารที่มากความสามารถผ่านประสบการณ์การทำงานมาอย่างยาวนานในหลากหลายด้าน เป็นปูชนียบุคคลแห่งวงการศึกษาของไทย เป็นนักวิชาการที่เสียสละการทำงานเพื่อการบริหารการศึกษามาโดยตลอด
ในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยได้ก่อตั้งมาได้ 32 ปี และท่านได้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 3 วาระ ในช่วงปี พ.ศ. 2557-2567 ท่านเป็นผู้มีส่วนสำคัญยิ่งในการพัฒนาและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และในปี 2570 มหาวิทยาลัยจะย่างเข้าสู่ปีที่ 60 ซึ่งที่มหาวิทยาลัยได้ก้าวมาไกลได้จนถึงวันนี้ เกิดจากคุณูปการของท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ที่มีต่อมหาวิทยาลัย
25 ปี ในสภามหาวิทยาลัย ท่านได้มีโอกาสทำงานร่วมกับอธิการบดีถึง 4 ท่าน และได้ให้ข้อเสนอแนะ แนะนำแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยและการบริหารที่มีประสิทธิภาพ โดยอาศัยจากประสบการณ์ของท่าน โดยการทำงานระหว่างสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารเป็นไปอย่างราบรื่น ทำให้มีการขับเคลื่อนการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ท่านยังสนับสนุนและผลักดันนโยบายการปรับเปลี่ยนไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะต่างๆในกระบวนการทำงานและการทำข้อบังคับต่างๆ ในการบริหารมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารและจัดการเพื่อแก้ปัญหาของการศึกษาและชุมชนท่านให้ความสำคัญด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะเป็นภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย ที่จะต้องสร้างคนที่มีความรู้ ความสามารถ ปฏิบัติงานได้จริง และยังต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม ออกไปทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ท่านได้ให้แนวคิดเรื่อง“การพลิกโฉมการศึกษา” ซึ่งเป็นการพัฒนาปรับเปลี่ยนการจัดการศึกษาทั้งระบบ ตั้งแต่การพัฒนาผู้สอน หลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ นอกจากนั้น ท่านยังได้จุดประกายและกระตุ้นให้เราคิด “การพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส” ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด COVID ซึ่งเกิดการก้าวกระโดดด้านเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาอย่างรวดเร็ว โดยจะต้องมีวิธีการให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้หลักสูตรของมหาวิทยาลัยได้จากทุกที่บนโลก และให้คิดหลักสูตรออนไลน์ที่ต่างจากที่อื่นและเป็นจุดเด่นของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่านเป็นผู้มีแนวคิดและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และเป็นการมองไปข้างหน้าอีกหลายสิบปี





